ค้นหา:
หน้าแรก
ค้นหา
ชวนเพื่อน
Help
สมัครสมาชิก
เข้าระบบ
sangwien's profile
เข้าชม sangwien's Friends
แจ้งพฤติกรรมไม่ดี
ข้อมูลสถิติ
มีการเข้าชมประวัติ:
314 ครั้ง
เพื่อน:
24 คน
ปรับปรุงล่าสุด:
10 เดือนที่ผ่านมา
สมัครสมาชิกวันที่:
Jan. 4, 2008
Calendar
Groups (1)
Pastor
Photo Albums (1)
ครอบครัวที่รัก
Updated 10 เดือนที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
8 เดือนที่ผ่านมา
sangwien
และ
apple
ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว.
Contact Information
ที่อยู่/ถนน:
Ramkhamhang 24
เขต:
Bangkapi
จังหวัด:
Bangkok
ประเทศ:
Thailand
Website URL:
www.siambangkokchurch.org
MSN :
s_duangkham@hotmail.com
Personal Information
ชื่อเล่น:
Sangwien
วันเกิด:
Dec. 20, 1961
(47 ปี)
เพศ:
Male
คริสตจักร :
siam bangkok church
เพื่อน (24) [
ชมทั้งหมด คน
]
OUNG
zephyrwiter
cherry
pray
toon
คอมเม้นท์ (
14
) [
ชมทั้งหมด คอมเม้นท์
]
pray
- 11:14 PM on Apr. 3, 2008
ตอบ
|
message
ฟื้นจากตาย โดย อดีตภิกษุจากพุทธศาสนาในพม่า
คำพยานที่ยอดเยี่ยมของภิกษุจากพุทธศาสนาในประเทศพม่า ผู้ฟื้นจากความตายและได้เปลี่ยนแปลงชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง
โดย เอเธท ปียัน ชินตอ พอลลู
แปลโดย บุษบาพัฒน์
เบื้องต้น
เรื่องนี้ไม่ใช่การสัมภาษณ์ชีวประวัติ แต่เป็นคำแปลจากเทปคำพยานซึ่งบอกเล่าด้วยตนเองของชายผู้หนึ่งซึ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนไป เมื่อได้ยินเรื่องราวผู้คนต่างตอบสนองเรื่องนี้แตกต่างกันออกไป บางคนได้รับแรงบันดาลใจ บางคนสงสัย หัวเราะเยาะ และล้อเลียน ในขณะที่บางคนโกรธ และคิดว่าเป็นถ้อยคำเพ้อเจ้อของชายเสียสติ หรือ เป็นคำหลอกลวงที่เกินเลย คริสเตียนบางคนต่อต้านเรื่องนี้เพียงเพราะว่า เหตุการณ์ที่อัศจรรย์และสุดโต่งนี้ไม่เข้ากันกับภาพของพระเจ้าผู้ทรงอ่อนโยน แต่ทรงมหิทฤทธิ์
เรารับรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรกจากผู้นำคริสตจักรพม่าหลายท่านที่แบ่งปันให้เราฟัง ผู้นำเหล่านี้รับรู้และไม่พบว่ามันเป็นเรื่องตลก เราจึงตัดสินใจที่จะก้าวไปข้างหน้า และกระจายเรื่องนี้ออกไป เราไม่ได้ทำเพื่อเงินทองหรือจากแรงจูงใจ เพื่อโปรโมทตัวเอง เราเพียงแต่อยากให้เรื่องนี้พูดด้วยตัวของมันเอง และยังขอเชิญผู้เชื่อคริสเตียนให้พิจารณาเรื่องนี้ตามพระวจนะของพระเจ้า หากว่าพระองค์ต้องการให้บางส่วนบางตอนของเรื่องราวได้ถวายเกียรติกับพระองค์ หรือหนุนใจประชากรของพระองค์ ขอให้เราอธิษฐานให้พระวิญญานทำงานในจิตใจของผู้อ่าน เพื่อให้มันบรรลุไปตามวัตถุประสงค์เถิด
บางคนบอกเราว่าเขาไม่คิดว่าชายผู้นี้ตายไปจริง ๆ แต่อาจหมดสติไปพร้อมกับได้ยินและเห็นภาพลวงตาที่เป็นผลมาจากอาการไข้ ไม่ว่าคุณจะคิดว่าอะไรก็ตาม ข้อเท็จจริงก็คือเรื่องนี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของภิกษุผู้นี้ไปอย่างสิ้นเชิงแบบหันกลับ 180 องศา หลังจากเกิดเหตุการณ์ เขาได้เล่าเรื่องนี้อย่างยำเกรงและกล้าหาญ ซึ่งเสี่ยงอย่างมากต่อการถูกจับคุมขัง ยิ่งกว่านี้ เขาได้รับการดูหมิ่นจากญาติ เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน แล้วยังต้องถูกขู่เอาชีวิตเพราะไม่ยอมประนีประนอม สิ่งใดเล่าที่จูงใจให้เขาทุ่มเทและเต็มใจเสี่ยงเช่นนั้น ไม่ว่าเราเชื่อเขาหรือไม่ เรื่องของเขาก็มีค่าควรแก่การรับฟังและพิจารณาดู ในโลกตะวันตกที่ช่างสงสัย คนมากมายต้องการหลักฐานที่จับต้องได้ นั่นคือหลักฐานเหมือนกับที่ใช้แสดงในศาล หรือ เราสามารถรับประกันได้อย่างแน่นอนโดยไม่มีข้อสงสัยหรือไม่ว่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง แต่ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถทำได้ เรารู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะพูดถึงเรื่องของชายผู้นี้อีกครั้ง โดยถอดความจากคำพูดของเขา เพื่อว่าผู้อ่านทั้งหลายจะสามารถพิจารณาและตัดสินได้ด้วยตนเอง
ในช่วงปีแรก
สวัสดี ผมชื่อ เอเธท ปียัน ชินตอ พอลลู ผมมาจากประเทศพม่า และอยากจะแบ่งปันคำพยานกับคุณถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ในตอนแรกผมอยากเล่าสั้น ๆ ถึงภูมิหลังของผม
ผมเกิดในปี คศ. 1958 ในเมืองโบเกล บริเวณสามเหลี่ยมอิรวดี ทางตอนใต้ของพม่า พ่อและแม่เป็นชาวพุทธที่เคร่งครัดเหมือนคนส่วนใหญ่ในประเทศพม่า ท่านตั้งชื่อผมว่า
ทิธปิน (ซึ่งหมายถึง ต้นไม้ในภาษาอังกฤษ) ชีวิตของผมเรียบง่ายในขณะที่เติบโตขึ้น แต่เมื่ออายุได้ 13 ปี ผมออกจากโรงเรียนและเริ่มทำงานในเรือหาปลา เราจับปลาและกุ้งจากแม่น้ำลำธารมากมายในบริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมอิรวดี เมื่ออายุ 16 ปีผมได้กลายเป็นผู้นำบนเรือ ในเวลานั้นผมอาศัยอยู่ที่ตอนบนของเกาะ เมน มาเลกอน (หมายถึงเกาะหญิงงาม ในภาษาอังกฤษ) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองโบเกลบ้านเกิด เกาะนี้อยู่ห่างไป 100ไมล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครร่างกุ้ง เมืองหลวงของประเทศพม่า
เมื่ออายุ 17 ปี วันหนึ่งเราจับปลาได้มากมายในตาข่าย ปลาจำนวนมากเหล่านี้ดึงดูดจระเข้ขนาดมหึมาตัวหนึ่งให้ติดตามและพยายามทำร้ายเรา พวกเราตกใจกลัวจนแทบเป็นบ้าและพายเรือไปยังฝั่งแม่น้ำเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จระเข้ตามมาและใช้หางฟาดกระแทกเรือของเรา แม้ว่าจะไม่มีใครตาย แต่เหตุการณ์นี้มีอิทธิพลต่อชีวิตของผมอย่างมาก ผมไม่อยากออกหาปลาอีก เรือลำเล็กของเราจมน้ำเพราะการจู่โจมของจระเข้ และเราต้องเดินทางกลับหมู่บ้านในคืนนั้นด้วยเรือโดยสาร ไม่นานหลังจากนั้น นายจ้างของพ่อผมได้ย้ายท่านไปทำงานในเมืองร่างกุ้ง (และเมื่ออายุได้ 18 ปี ผมจึงถูกส่งตัวไปยังวัดของศาสนาพุทธ เพื่อบวชเป็นสามเณร) พ่อแม่ส่วนใหญ่ในพม่าพยายามจะส่งบุตรเข้าวัด อย่างน้อยก็ครั้งหนึ่ง เพราะว่ามันเป็นเกียรติอย่างสูงของครอบครัวที่ลูกชายได้บวชเรียน นี่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของเราซึ่งมีอายุหลายร้อยปี
สาวกที่กระตือรือล้นของพระพุทธเจ้า
เมื่อผมอายุ 19 ปี 3 เดือน (ปี 1977) ผมเป็นพระภิกษุธรรมดารูปหนึ่ง และพระอาวุโสที่วัดได้ตั้งชื่อใหม่ให้แก่ผมซึ่งเป็นธรรมเนียมของประเทศเรา เขาเรียกผมว่า อู นาตา
พันนิตา อาชิน ตูริยา พวกภิกษุจะไม่ใช้ชื่อเดิมที่พ่อแม่ตั้งให้อีกต่อไป ขณะนั้นผมอาศัยอยู่ในวัดชื่อ มันดาเลย์ คะไยคาซัน ไคยาอิง และชื่อของพระอาวุโสคือ อู ซาดิล่า ไคยา นิคัน ซายาดอ (อู ซาดิล่า คือ ตำแหน่ง) ทุกคนทั่วพม่ารู้จักเขาดี เขาเป็นพระที่มีชื่อเสียงที่สุดในพม่าในขณะนั้น ผู้คนเคยให้ความเคารพและให้เกียรติว่าเขาเป็นบรมครูผู้ยิ่งใหญ่ ผมพูดว่า เคย เพราะในปี 1983 เขาเสียชีวิตอย่างกระทันหันด้วยอุบัติเหตุทางรถยนตร์ ทุกคนตกใจมากที่รู้ว่าเขาตาย ในช่วงเวลานั้นผมบวชเรียนได้ 6 ปีแล้ว
ผมพยายามอย่างหนักที่จะเป็นพระที่ดีที่สุด และทำตามบัญญัติของพระพุทธศาสนา ในระยะหนึ่งผมถึงกับย้ายไปอาศัยอยู่ในป่าช้า และ นั่งสมาธิอย่างต่อเนื่อง พระภิกษุบางรูปผู้ต้องการรู้สัจธรรมแท้จริงของพระพุทธเจ้า จะกระทำเฉกเช่นผม บางคนถึงกับย้ายเข้าไปอยู่ในป่าลึกและใช้ชีวิตที่ปฏิเสธตนเอง และยากไร้ เช่นเดียวกันผมแสวงหาที่จะปฏิเสธความคิดและความต้องการที่เห็นแก่ตัวเพื่อหนีจากความเจ็บป่วย และ ความทุกข์ และเพื่อให้เป็นอิสระจากวงจรแห่งโลกนี้ เมื่ออยู่ในป่าช้าผมไม่กลัวผี แต่พยายามที่จะบรรลุถึงสันติสุขภายใน และเพื่อให้ตระหนักรู้ในตนเอง แม้แต่เมื่อยุงเกาะที่แขน ผมยังยอมให้มันกัดแทนที่จะปัดออกไป
เป็นเวลาหลายปีที่ผมดิ้นรนต่อสู้เพื่อจะเป็นพระภิกษุที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตใด ๆ ผมศึกษาคำสอนของพุทธศาสนาที่ศักดิสิทธิ์และบริสุทธิ์เหมือนกับที่บรรพบุรุษได้กระทำมาก่อนหน้าผม ชีวิตนักบวชของผมดำเนินไปเรื่อยจนกระทั่งผมรู้สึกเบื่อหน่ายเอามาก ๆ ในเวลานั้นเองผมอาศัยอยู่ในมันดาเลย์ และต้องถูกส่งตัวไปรับการรักษาในโรงพยาบาล หมอได้ตรวจและแจ้งว่าผมเป็นไข้เหลืองและไข้มาเลเรียในเวลาเดียวกัน หลังจากใช้เวลาหนึ่งเดือนในโรงพยาบาล อาการก็ยิ่งเลวลง หมอบอกว่าผมไม่มีโอกาสหาย แล้วให้ผมออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปนอนรอความตาย
นี่เป็นรายละเอียดสั้น ๆ ในอดีต แต่ผมอยากจะเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากนั้น......
นิมิตที่เปลี่ยนชีวิตของผมตลอดไป
หลังจากออกจากโรงพยาบาล ผมกลับไปที่วัดโดยมีพระภิกษุรูปอื่นๆ ช่วยดูแล แต่ผมยังอ่อนแอลงเรื่อย ๆ และหมดสติไป ผมรู้ต่อมาว่า ผมได้ตายไปจริง ๆ เป็นเวลาถึง 3 วัน เนื่องจากหัวใจหยุดเต้น ร่างกายเน่าเปื่อยและส่งกลิ่นเหม็น แล้วพวกเขาได้เตรียมการเผาศพผมโดยนำร่างไปอาบน้ำศพตามพิธีดั้งเดิมของพุทธศาสนา
แม้ว่าร่างกายจะเน่าเปื่อยไปแต่ผมจำได้ว่า ความคิด และจิตวิญญานของผมยังคงตื่นอยู่ ผมรู้สึกตัวว่าอยู่ท่ามกลางพายุขนาดใหญ่ ลมพัดแรงถาโถมเข้าหาภูมิประเทศจนไม่มีต้นไม้หรือสิ่งใดต้านทานได้เลย จนกระทั่งพื้นที่นั้นกลายเป็นที่ราบเตียน ผมเดินอย่างรวดเร็วผ่านที่ราบไปสักระยะหนึ่ง ไม่มีผู้คนหลงเหลือ ผมรู้สึกโดดเดี่ยวและข้ามฝั่งแม่น้ำไป ณ อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำผมได้เห็นทะเลเพลิงที่น่าสยดสยองยิ่ง ในศาสนาพุทธเราไม่มีแนวคิดของสถานที่แบบนี้ ครั้งแรกผมสับสน และไม่รู้ว่ามันคือ นรก กระทั่งผมได้เห็นยามะ ราชาแห่งนรก (ยามะเป็นชื่อที่ใช้เรียกราชาแห่งนรก ในหลายวัฒนธรรมทั่วเอเชีย) มันมีใบหน้าและร่างกายเหมือนสิงโต แต่มีขาเหมือนนาค (เทพของงูใหญ่) และมีเขามากมายบนหัว และใบหน้านั้นดุร้ายยิ่งนัก ผมกลัวอย่างสุดขีด
ตัวสั่นเทา ผมถามชื่อของมัน มันตอบว่า เราเป็นราชาแห่งนรก เราเป็นผู้ทำลายล้าง
ทะเลเพลิงที่น่าสยดสยอง
ราชาแห่งนรกบอกผมให้มองลงไปในทะเลเพลิง ผมมองดูและเห็นผ้าสีเหลืองที่ชาวพุทธใส่ในพม่า ผมมองใกล้เข้าไปอีกและเห็นศรีษะโล้นของชายผู้หนึ่ง ผมเห็นใบหน้าของชายผู้นั้น และเห็น อู ซาดิล่า ไคยา นิคัน ซายาดอ (พระผู้มีชื่อเสียงที่ตายในอุบัติเหตุทางรถยนตร์ในปี 1983) ผมถามราชาแห่งนรกว่าเหตุใดอดีตผู้นำของผมจึงถูกคุมขังอยู่ในทะเลเพลิง เนื่องจากท่านเป็นครูที่ประเสริฐ ท่านยังมีเทปคำสอนชื่อ เจ้าเป็นคนหรือสุนัข ซึ่งได้ช่วยคนนับพันให้เข้าใจถึงคุณค่าของตนเองในฐานะที่เราเป็นมนุษย์และเราดีกว่าสัตว์ แล้วราชาแห่งนรกตอบว่า ใช่ เขาเป็นพระที่ดีแต่ไม่ได้เชื่อในพระเยซูคริสต์ นี่เป็นเหตุผลที่เขาอยู่ในนรก
เขาขอให้ผมมองดูชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ในกองเพลิง ผมเห็นชายที่มีผมยาวมากมัดผมไว้ด้านซ้ายของศรีษะและใส่จีวร ผมถามราชาแห่งนรกว่าเขาเป็นใคร มันตอบว่า นี่เป็นสิ่งที่เจ้าบูชา โคตมะ (พระพุทธเจ้า) ผมหงุดหงิดมากที่ได้เห็นโคตมะอยู่ในนรก ผมแย้งว่า โคตมะเป็นบุคคลที่มีศีลธรรมและจริยธรรมสูงส่ง เหตุใดท่านจึงต้องทนทุกข์ในทะเลเพลิงด้วยเล่า ราชาแห่งนรกตอบผมว่า มันไม่สำคัญหรอกว่า เขาดีเพียงใด แต่เขาอยู่ที่นี่เพราะเขาไม่เชื่อในพระเจ้านิรันดร์
แล้วผมก็เห็นชายผู้มีแผลใหญ่ที่หน้าอก ดูเหมือนกำลังสวมเครื่องแบบทหาร ผมถามว่า เขาคือใคร ราชาแห่งนรกบอกว่า นี่คือ ออง ซาน ผู้นำปฏิวัติของพม่า มันบอกผมว่า ออง ซาน อยู่ที่นี่เพราะข่มเหงและฆ่าคริสเตียน แต่เหตุผลที่สำคัญคือ เขาไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ในพม่าผู้คนมักมีคำพูดติดปากว่าทหารไม่ตาย แต่มีชีวิตอยู่ตลอดไป แต่มันกลับบอกผมว่า กองทัพของนรกมักจะพูดกันติดปากว่า ทหารไม่ตาย แต่อยู่ในนรกตลอดไป
ผมมองดูและเห็นชายอีกคนหนึ่งในทะเลเพลิง เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่และมีอาวุธของทหาร และเขากำลังถือดาบและโล่ห์ ทั้งยังมีบาดแผลที่หน้าผากด้วย ชายผู้นี้สูงใหญ่กว่าทุกคนที่ผมเคยเห็น ราชาแห่งนรกกล่าวว่า ชายผู้นี้ชื่อ โกไลอัท เขาอยู่ในนรกเพราะว่าหมิ่นประมาทพระเจ้านิรันดร์ และดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์ ผมสับสนเพราะไม่รู้ว่า โกไลอัท หรือดาวิดคือใคร ราชาแห่งนรกกล่าวว่า มีบันทึกชื่อของโกไลอัทในพระคริสตธรรมคัมภีร์ เจ้าไม่รู้จักเขาตอนนี้ แต่เมื่อเจ้าเป็นคริสเตียน เจ้าจะรู้ว่าเขา
คือใคร
แล้วผมถูกพาตัวไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งผมได้พบกับทั้งคนร่ำรวยและคนยากจน กำลังเตรียมรับประทานอาหารเย็น ผมถามว่า ใครทำอาหารให้กับพวกเขา
ราชาแห่งนรกตอบว่า คนจนต้องเตรียมอาหารของตนเอง แต่มีคนทำอาหารให้กับคนรวย เมื่อมีการเตรียมอาหารให้ คนรวยจึงนั่งลงรับประทาน แต่แล้วก็มีควันหนาพวยพุ่งออกมา คนรวยรีบกินอย่างเร็วเท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อทำให้สติสำนึกของเขารู้สึกดี พวกเขาดิ้นรนเพื่อหายใจเพราะหมอกควันหนา และต้องรีบกินอย่างรวดเร็วเพราะเขากลัวว่าจะสูญเสียเงินทองไป ซึ่งนั่นคือพระเจ้าของพวกเขา
ราชาแห่งนรกอีกตนหนึ่งเข้ามาหาผม แล้วผมเห็นสิ่งมีชีวิตอีกตนหนึ่งกำลังพัดไฟใต้ทะเลเพลิงเพื่อให้มันร้อนอยู่เสมอ มันถามผมว่า เจ้าจะเข้าไปในทะเลเพลิงด้วยไหม ผมตอบว่า ไม่ เรามาที่นี่เพื่อสังเกตการณ์เท่านั้น รูปร่างของมันน่ากลัวอย่างยิ่ง บนศรีษะมีเขาทั้งสิบ และมือถือหอกซึ่งมีใบมีดคมกริบ 7 อันอยู่ที่ปลาย เจ้าตนนี้บอกผมว่า เจ้าพูดถูก เจ้ามาเพียงเพื่อสังเกตการณ์ เราไม่พบชื่อเจ้าในนี้ มันกล่าวว่า เจ้าต้องกลับไปทางที่เจ้ามาเดี๋ยวนี้ มันชี้ให้ผมดูที่ราบอันแห้งแล้ง ซึ่งผมได้เดินมาในตอนแรกก่อนจะมาถึงทะเลเพลิง
เส้นทางแห่งการตัดสินใจ
ผมเดินเป็นเวลานานจนกระทั่งมีเลือดออก อีกทั้งยังรู้สึกร้อนและเจ็บปวดอย่างมาก ในที่สุดหลังจากเดินเป็นเวลา 3 ชั่วโมง ผมมาถึงถนนสายกว้าง ผมเดินไปตามเส้นทางนั้นสักพักจนกระทั่งมาถึงทางแยก ทางหนึ่งกว้างและมุ่งไปทางซ้าย แต่ถนนสายที่สั้นกว่ามุ่งไปทางขวา มีป้ายที่ทางแยกบอกว่าถนนที่ไปทางซ้ายสำหรับผู้ที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ แต่ทางที่แคบกว่าและไปทางขวานั้นสำหรับผู้ที่เชื่อในพระองค์
ผมสนใจถนนสายที่กว้างกว่าว่ามุ่งหน้าไปที่ใด ดังนั้น ผมจึงเดินไปตามเส้นทางนั้น มีชาย 2 คนกำลังเดินห่างไปประมาณ 300 หลาข้างหน้าผม ผมพยายามวิ่งตามให้ทันเพื่อจะเดินไปพร้อมกับพวกเขา แต่ไม่ว่าจะวิ่งเร็วเพียงใดก็ตาม ผมก็ตามไม่ทัน ดังนั้น ผมจึงหันกลับไปที่ทางแยก แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ชายทั้งสอง ในขณะที่เขาเดินห่างออกไป ทันทีที่เขาไปถึงปลายถนน พวกเขาก็ถูกทุบตี ชายทั้งสองร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด และผมก็ต้องร้องออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขา และตระหนักว่าเส้นทางที่กว้างกว่านั้นจบลงด้วยอันตรายใหญ่หลวง สำหรับผู้ที่มุ่งไปทางนั้น
มองดูสวรรค์
ผมเริ่มเดินกลับไปตามถนนของผู้เชื่อ หลังจากเดินทางมาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ผิวถนนได้เปลี่ยนกลายเป็นทองคำบริสุทธิ์อย่างมาก จนกระทั่งเมื่อก้มลงมองดูผมสามารถเห็นตนเองได้อย่างชัดเจน แล้วผมก็เห็นชายคนหนึ่งใส่เสื้อคลุมสีขาวกำลังยืนต่อหน้า และได้ยินเสียงเพลงอันไพเราะและบริสุทธิ์มากจริง ๆ งดงามกว่าและมีความหมายยิ่งกว่าการนมัสการที่เรามีในคริสตจักรบนโลก ชายในเสื้อคลุมสีขาวขอให้ผมเดินไปกับเขา และผมถามเขาว่า ท่านชื่ออะไร แต่เขาไม่ตอบ หลังจากผมถามชื่อเขาถึงหกครั้ง เขาจึงตอบว่า เราคือผู้นั้นที่ถือกุญแจสวรรค์ สวรรค์เป็นที่ ๆ งดงามอย่างยิ่ง เจ้าไม่สามารถไปที่นั่นได้ตอนนี้ แต่หากว่า เจ้าติดตามพระเยซูคริสต์ เจ้าจะสามารถไปที่นั่นเมื่อชีวิตสิ้นสุดลงบนโลก ชื่อของชายผู้นี้คือเปโตร
แล้วเปโตรก็ขอให้ผมนั่งลง และแสดงให้เห็นสถานที่ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ เปโตรกล่าวว่า มองไปทางเหนือซิ และดูพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ ผมมองไปที่พระเจ้านิรันดร์จากที่ไกล พระองค์พูดกับทูตสวรรค์ว่า ขอให้เราสร้างมนุษย์ ทูตสวรรค์ขอร้องพระองค์และกล่าวว่า โปรดอย่าสร้างมนุษย์เลย เขาจะกระทำผิด และทำให้พระองค์ทรงโศรกเศร้า (ในภาษาพม่า คือ เขาจะทำให้พระองค์เสียหน้า) แต่พระเจ้ายังคงสร้างมนุษย์ พระเจ้าเป่าลมปราณเข้าไปยังชาย และเขาก็มีชีวิต พระองค์ทรงตั้งชื่อเขาว่า อาดัม (หมายเหตุ - พุทธศาสนิกชนไม่เชื่อในการสร้างโลก หรือ สร้างมนุษย์ ดังนั้น ประสบการณ์นี้จึงมีผลกระทบที่สำคัญยิ่งสำหรับภิกษุ)
ส่งกลับมาด้วยนามใหม่
แล้วเปโตรกล่าวว่า ตอนนี้ จงลุกขึ้นแล้วกลับไปยังที่ซึ่งเจ้ามา จงไปพูดกับผู้คนซึ่งบูชาพระพุทธเจ้าและบูชารูปเคารพ จงบอกเขาว่าพวกเขาต้องตกนรกหากไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ผู้ที่สร้างวัดและรูปเคารพจะตกนรกด้วย ผู้ที่ทำบุญให้กับสงฆ์เพื่อเขาจะได้รับบุญจะตกนรก พวกที่อธิษฐานกับสงฆ์และเรียกสงฆ์ว่า พระ จะตกนรก ผู้ที่สวดมนต์และ ให้ชีวิต กับรูปเคารพจะตกนรก ผู้ที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์จะตกนรก เปโตรบอกผมให้กลับไปยังโลก และเป็นพยานถึงสิ่งที่ได้เห็น ท่านยังกล่าวอีกว่า เจ้าต้องพูดในนามใหม่ของเจ้า ต่อจากนี้ เจ้าจะชื่อว่า เอเธท ปียัน ชินตอ พอลลู (เปาโลผู้คืนชีพ)
ผมไม่ต้องการกลับบ้าน แต่ปรารถนาจะไปสวรรค์ แต่ทูตสวรรค์เปิดหนังสือเล่มหนึ่งแล้วมองหาชื่อในสมัยเด็กของผม (ทิธปิน) แต่ไม่พบ แล้วก็มองหาชื่อภิกษุ อู นาตา พันนิตา อาชิน ตูริยา แต่ก็ไม่มีเขียนไว้ แล้วเปโตรก็กล่าวว่า ไม่มีชื่อของเจ้าอยู่ในนี้ เจ้าต้องกลับไปและเป็นพยานถึงพระเยซูให้กับชาวพุทธ
ผมเดินกลับไปที่ถนนสายทองคำ อีกครั้งหนึ่งที่ผมได้ยินเสียงเพลงอันแสนไพเราะ ซึ่งไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือไม่เคยได้ยินอีกนับแต่นั้น เปโตรเดินมากับผมกระทั่งถึงเวลาที่ผมต้องกลับมายังโลก เขาทำให้ผมเห็นบันไดจากสวรรค์ที่ยื่นลงไปยังท้องฟ้า บันไดไม่ได้มาถึงโลกแต่หยุดอยู่กลางอากาศ บนบันไดผมเห็นทูตสวรรค์หลายองค์ บางคนกำลังขึ้นสวรรค์ บางคนกำลังเดินลงบันได พวกเขายุ่งมาก ผมถามเปโตรว่า พวกเขาเป็นใคร เปโตรตอบว่า พวกเขาเป็นผู้ส่งข่าวของพระเจ้า เขากำลังรายงานไปยังสวรรค์ถึงรายชื่อของพวกที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ และชื่อของผู้ที่ไม่เชื่อ แล้วเปโตรก็บอกผมว่าถึงเวลาแล้ว ที่ผมจะต้องกลับไป
ผีหลอก
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกคือเสียงร้องไห้ ผมได้ยินแม่ของผมร้องว่า ลูกชายเอ๋ย ทำไมเจ้าจึงจากเราไปตอนนี้ ผมยังได้ยินคนมากมายร้องไห้ด้วย และตระหนักว่ากำลังนอนอยู่ในโลงศพผมจึงเริ่มเคลื่อนไหว แม่และพ่อเริ่มตะโกนลั่น เขาฟื้น เขาฟื้นแล้ว คนอื่นที่อยู่ห่าง ๆ ไม่เชื่อพ่อแม่ของผม ผมเกาะขอบโลงและลุกขึ้นนั่งตัวตรง คนมากมายต้องตกใจสุดขีดด้วยความกลัว แล้วร้องลั่นว่า ผีหลอก พวกเขาวิ่งกันอลหม่านเร็วที่สุดเท่าที่เท้าจะพาไปได้
ผู้ที่เหลืออยู่พูดไม่ออก ตัวสั่นเทา ผมสังเกตเห็นว่าตนเองกำลังนั่งอยู่บนกองของเหลว และน้ำเหลืองในปริมาณสามถ้วยครึ่งเห็นจะได้ มันส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง นี่เป็นของเหลวที่ไหลออกมาจากท้องและภายในร่างกายตอนที่ร่างของผมอยู่ในโลง นี่คือสาเหตุที่คนรู้ว่าผมตายไปจริง ๆ ข้างโลงยังมีแผ่นพลาสติกที่ยึดติดกับไม้ เพื่อใช้ลองของเหลว เนื่องจากในร่างคนตายนั้นมักมีของเหลวไหลออกมาเป็นจำนวนมาก เหมือนกับที่มันไหลออกมาจากร่างกายของผมนั่นเอง
ต่อมา ผมรู้ว่าอีกไม่กี่อึดใจผมกำลังจะถูกนำไปเผาในกองเพลิง ในพม่าคนตายจะถูกบรรจุโลงแล้วตอกตะปูฝาโลงแน่นเพื่อจะนำไปเผา ขณะที่ผมกลับเข้าสู่ร่างนั้น พ่อกับแม่ได้รับอนุญาตให้ดูหน้าผมเป็นครั้งสุดท้าย เพราะอีกไม่กี่อึดใจ ฝาโลงจะถูกปิดตาย และร่างของผมจะถูกเผาในกองเพลิง
ในทันที ผมเริ่มอธิบายถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เห็นและได้ยิน ผู้คนต้องประหลาดใจ ผมบอกเขาเกี่ยวกับชายที่เห็นในทะเลเพลิง และเล่าว่าคริสเตียนเท่านั้นที่รู้สัจธรรมแท้จริง เราและบรรพบุรุษได้ถูกหลอกลวงมานับพันปี แล้วผมบอกเขาทุกอย่างที่เราเคยคิดว่าเป็นเรื่องโกหก ผู้คนต่างก็ประหลาดใจมาก เพราะเขารู้ว่าผมเคยเป็นพระภิกษุแบบใด และมีความกระตือรือล้นเพียงใดในการสั่งสอนเรื่องของพระพุทธเจ้า
ในพม่าเมื่อคนตาย ชื่อและอายุของเขาจะถูกบันทึกไว้ข้างโลง เมื่อภิกษุตาย ชื่อและอายุพร้อมกับระยะเวลาที่บวชจะถูกบันทึกไว้ข้างโลงด้วย เมื่อมีบันทึกดังกล่าวแล้วจึงแสดงว่าผมตายแล้วอย่างที่คุณเห็น แต่ตอนนี้ผมได้ฟื้นและกลับมีชีวิตขึ้นมาอีก
บทส่งท้าย
เพราะ เปาโลผู้คืนชีพ ได้ประสบกับเรื่องข้างต้น เขาจึงยังคงเป็นพยานอย่างสัตย์ซื่อต่อพระเยซูคริสต์เจ้า ศิษยาภิบาลพม่าเล่าว่าอดีตภิกษุรูปนี้ได้นำพระนับร้อยมาเชื่อในพระเยซูคริสต์ มันชัดเจนว่าคำพยานของเขาไม่ประนีประนอม ด้วยเหตุนี้ข่าวสารของท่านได้ทำให้คนหลายคนไม่พอใจ พวกเขาไม่สามารถยอมรับว่ามีหนทางเดียวสู่สวรรค์ คือทางพระเยซูคริสต์ ทั้ง ๆ ที่มีผู้ต่อต้านอย่างมากมาย ประสบการณ์เรื่องนี้ของท่านเป็นจริงมากจนกระทั่งท่านไม่ได้สั่นไหว หลังจากหลายปีในสมณเพศและเป็นผู้ที่ติดตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด ท่านได้หันกลับมาประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์ ติดตามการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ และสั่งสอนพระอื่น ๆ ให้หันออกจากพระเทียมเท็จ และติดตามพระเยซูอย่างหมดหัวใจ ก่อนหน้าการป่วยและการตายท่านไม่เคยรู้จักคริสต์ศาสนามาก่อน แต่สิ่งที่ท่านได้เรียนรู้ทั้งหมดในช่วง 3 วันในหลุมฝังศพเป็นสิ่งใหม่สำหรับท่านอย่างแท้จริง
ในการสั่งสอนเพื่อประกาศข่าวประเสริฐต่อผู้คนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้นั้น ลาซารัสในยุคใหม่เริ่มแจกจ่ายเรื่องเล่าของท่านเป็นเทปและวิดีโอ ตำรวจและผู้มีอำนาจในศาสนาพุทธในพม่าพยายามอย่างที่สุดที่จะริบเอาและทำลายเทปเหล่านี้ คำพยานที่คุณได้อ่านนี้ถูกแปลมาจากเทปที่ท่านแจกจ่าย ตามคำบอกเล่าของผู้คนนั้นแสดงว่า ขณะนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับชาวพม่าที่จะมีเทปเหล่านี้ไว้ในครอบครอง
คำพยานที่ปราศจากความกลัวนี้ ทำให้ท่านถูกจองจำอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่ง ในที่ซึ่งทางการประสบความล้มเหลวที่จะปิดปากของท่าน ท่านถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ และยังคงเป็นพยานถึงสิ่งที่เห็นและได้ยิน ในขณะนี้เราไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่ใด แต่มีคนบอกเราว่าท่านอยู่ในเรือนจำ และอาจถูกสังหารไปแล้ว ในขณะที่บางคนเล่าว่าท่านถูกปล่อยตัวแล้ว และยังคงดำเนินงานพันธกิจต่อไป
จบบริบูรณ์
ตุลาคม 2007
หมายเหตุ. ผู้แปลได้รับต้นฉบับภาษาอังกฤษ และถูกขอร้องให้แปลเป็นภาษาไทยจาก
พี่น้องคริสเตียนอาวุโสท่านหนึ่ง ที่เคยรับราชการเป็นนักการทูตด้านการศึกษา โดยได้เคยไปประจำอยู่ ณ สถานทูตไทยในประเทศ รัสเซีย เช็คโกสโลวาเกีย และบังคลาเทศ ตามลำดับ ปัจจุบันนี้ท่านเกษียณแล้วและใช้ชีวิตติดตามพระเจ้าอย่างเคร่งครัด ท่านเชื่อว่าเอกสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์มากมายกับผู้คน และหากว่าท่านได้อธิษฐานอย่างจริงจังและพระเจ้าทรงนำแล้ว ขอให้ท่านได้แจกจ่ายคำพยานนี้ต่อพี่น้องคริสเตียนเถิด
ขอพระเจ้าอวยพรท่านตลอดไป
pray
- 9:03 PM on Mar. 20, 2008
ตอบ
|
message
สร้าง Comment ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง..คลิ๊กที่นี่
pray
- 12:06 AM on Feb. 26, 2008
ตอบ
|
message
pray
- 11:10 PM on Feb. 23, 2008
ตอบ
|
message
ผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากบ้านของเธอ และได้เห็นชายชราที่มีเคราสีขาว
> > 3 คนนั่งอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านของเธอ เธอไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร
> > เธอพูดกับเขาว่า "ฉันไม่คิดว่าฉันรู้จักพวกคุณ แต่ท่าทางคุณต้องหิวแน่เลย
> > โปรดเข้ามาในบ้านและทานอะไรซักหน่อยเถอะ" "สามีของเธออยู่ในบ้านไหม" เขาถาม
> > "ไม่" เธอตอบ "เขาออกไปข้างนอก" "ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็เขาไปข้างในไม่ได้ดอก"
> > เขาตอบ ในตอนเย็น เมื่อสามีเธอกับมาบ้าน เธอเล่าให้เขาฟังว่าเกิดอะไรขึ้น
> > "ไปบอกพวกเขาซิ ฉันกลับมาบ้านแล้ว และเชิญเข้ามาในบ้านเถิด"
> > เธอก็ออกไปและเชิญพวกชายชรานั้นให้เข้ามาในบ้าน
> > "เราเข้าไปในบ้านพร้อมกันไม่ได้หรอก" เขาตอบ "ทำไมล่ะ" เธอถาม
> > ชายชราคนหนึ่งอธิบายว่า "เขาชื่อ ความมั่งคั่ง" เขาพูดและชี้ไปยังเพื่อนของเขา
> > และชี้ไปยังอีกคนหนึ่งว่า "เขาคือ ความสำเร็จ และฉันคือ ความรัก"
> > เขากล่าวต่อไปว่า "บัดนี้ จงเข้าไปข้างในและปรึกษากับสามีของเธอว่า
> > คนไหนในพวกเราที่คุณต้องการจะให้เข้าไปในบ้านของคุณ"
> > เธอกลับเขามาข้างในและบอกกับสามีของเธอ สามีของเธอรู้สึกดีใจมาก "วิเศษจริง ๆ"
> > เขากล่าว "เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะเชิญ ความมั่งคั่ง เมื่อเขาอยู่กับเรา
> > บ้านของเราจะเต็มไปด้วยความมั่งคั่ง" ฝ่ายภรรยาไม่เห็นด้วย "ที่รัก
> > ทำไมเราไม่เชิญ ความสำเร็จ ล่ะ"
> > ขณะนั้นลูกสะใภ้ได้ยินทั้งสองกำลังปรึกษาจากมุมหนึ่งของบ้าน
> > เธอก็เข้ามาและแนะนำว่า "จะไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าเราเลือก ความรัก
> > บ้านของเราจะเต็มไปด้วยความรักไง" "เราฟังสิ่งที่ลูกสะใภ้แนะนำเถอะ"
> > สามีกล่าวกับภรรยา "ออกไปข้างนอกและเชิญความรักเขามาเป็นแขกของเราเถอะ"
> > ภรรยาออกไปและถามชายชราทั้ง 3 ว่า "ใครคือความรัก
> > โปรดเข้ามาและเป็นแขกของเราเถอะ" ความรักลุกขึ้นและเดินไปยังบ้าน ชายชราอีก 2
> > คนก็ลุกขึ้นและตามเขาไป ด้วยความประหลาดใจ ภรรยาถาม ความมั่งคั่ง
> > และความสำเร็จว่า "ฉันเชิญเพียงความรัก ทำไมคุณถึงเข้ามาด้วยล่ะ"
> > ชายชราตอบพร้อมกันว่า "ถ้าคุณเชิญความมั่งคั่ง หรือ ความสำเร็จ คนใดคนหนึ่ง
> > อีกสองคนก็จะอยู่ข้างนอก แต่เมื่อคุณเชิญความรัก ที่ใดที่เขาไป เราจะไปกับเขา
> > ที่ใดมีความรัก ที่นั่นก็จะมีความมั่งคั่งและความสำเร็จ" คุณมีตัวเลือก 2
> > ข้อคือ 1. ปิดมันเสีย 2. เชิญความรัก โดยแบ่งปันเรื่องนี้กับทุกคนที่รัก
pray
- 11:10 PM on Feb. 23, 2008
ตอบ
|
message
apple
- 7:19 PM on Feb. 6, 2008
ตอบ
|
message
" ...การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ "
กจ20:35
pray
- 8:22 PM on Feb. 4, 2008
ตอบ
|
message
อย่าให้ผู้มีปัญญาอวดในสติปัญญาของตน
อย่าให้ชายฉกรรจ์อวดในความเข้มแข็ง
ของตน อย่าให้คนมั่งมีอวดความมั่งคั่งของตน
แต่ให้ผู้อวด อวดในสิ่งนี้
คือในการที่เขาเข้าใจและรู้จักเรา
ว่าเราคือพระเจ้า ทรงสำแดงความรักมั่นคง
ความยุติธรรม และความชอบธรรมในโลก
เพราะว่าเราพอใจในสิ่งเหล่านี้
พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ......
เยเรมีย์ 9:23-24
pray
- 8:20 PM on Feb. 4, 2008
ตอบ
|
message
(นิทานสอนใจของ -ลา ฟองเตน-)
ยังมีเต่าตัวหนึ่ง อยากเหาะได้
มันคิดว่า.. ถ้าหากเหาะได้ ก็คงจะดี
จะได้ไปเที่ยวที่ไหนๆ ได้สะดวก
ดีกว่าคลานต้วมเตี้ยมๆ ไป
ดังนั้น มันจึงผูกมิตรกับเป็ดป่าสองตัว
และวางแผนที่จะให้เป็ดช่วยให้มันเหาะได้
มันจะให้เป็ดสองตัวนั้นคาบกิ่งไม้
และมันจะคาบกิ่งไม้นั้น
เมื่อเป็ดแกแรงบิน เต่าก็จะถูกพาขึ้นไปด้วย
ถือว่าเป็นการเหาะได้สมประสงค์
เป็ดทั้งสองตัวทำตาม
แผนการการนี้เป็นตามที่วางไว้ทุกประการ
เต่าตื่นเต้นมาก
เมื่อตัวมันลอยสูงขึ้นไปๆในอากาศ
ดูแน่ะ ดูแน่ะ เต่าเหาะได้ สัตว์ที่อยู่บนพื้นดิน
ต่างพากันส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจ
เต่าเหาะได้เก่งจังเลย
เต่าได้ยินเสียงชื่นชมจากเบื้องล่างก็ร้องตอบว่า..
ต่อไปนี้นะ...
พวกเธอจะมาหัวเราะเยาะฉันอีกไม่ได้แล้ว
ทันที่ที่มันอ้าปากออกพูด
ร่างของมันก็หลุดร่วง ตกลงมากระแทกพื้น
กระดอกแตก แหลกเหลวอยู่เบื้องล่าง
**************************
คำถามชวนคุย
>> คุณเคยภาคภูมิใจกับเรื่องที่คุณทำได้สำเร็จ
ตามเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ และได้รับผลเสียหาย
จากความภูมิใจนั้นบ้างหรือไม่ ?????? <<
***************************
พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า.......
gadam
- 3:45 PM on Feb. 1, 2008
ตอบ
|
message
อาจารย์ ครับ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เป็นอย่างไรบ้างเรื่องสถานที่ เป็นห่วงมากๆๆ ๆๆๆๆ มายิ้มกานเถอะ
(^_^) ยิ้มธรรมดา
(^ ^) อมยิ้ม
(*^ _^*) ยิ้มแบบมีประกาย
(^0^) / ยกมือขึ้นแล้วร้อง ว้าว
(>_ > > > p(^ ^)q ขอให้โชคดีนะ
(T_T) ร้องให้น้ำตาไหลพรากๆ
(-_-)ZZZ ราตรีสวัสดิ์
(._.?) ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ค่ะ
(^_^)V สู้ตายค่ะ (ชนะแว้ว)
(P_-) ส่องแว่นขยายดูสิ ปิดบังอะไร
(^ ^)// เก่งจัง ปรบมือให้หน่อย
(^-^)b เห็นด้วยมั้ย ?
(-_-) ไม่พอใจนะ แต่ไม่แสดงออก
(^_^;) ประหลาดใจจนไม่รู้จะพูดออกไปยังไง
(._. )( ._.) กำลังหาอะไรอยู่ล่ะ ?
((((((^_^;) ไม่สะดวกใจที่จะอยู่ตรงนั้น(อยากจะไปแล้ว)
(>__ > > > ( ^_^)/U*U(^_^ ) ไชโย ชนแก้วกันดีกว่า (น้ำผลไม้นะ)
m ( _ _ ) m เสียใจจริงๆ ได้โปรดให้อภัยฉันด้วย
o (^_-) O นี่แน่ะ ชกซะเลย
(^3^) Chu!! ขอจ๊วบดังๆ ทีนะ
(^.^)/~~~ โบกผ้าเช็ดหน้าพร้อมกับกล่าวลาก่อน
(;_;)/~~~ กล่าวอำลาโบกผ้าเช็ดหน้าพร้อมน้ำตา
(-.-)y-.o0O สูบบุหรี่อย่างผ่อนคลาย (แต่ว่าตายผ่อนส่งนะจ๊ะ)
(^_-)-* กระพริบตา ปิ๊งๆๆ
(^_-)db(-_^) เกี่ยวก้อยกันนะ
อยากหั้ยโลกสดใส มาช่วยกัลป์ยิ้มนะ
บรรญัติ ข้อใหม่ จงเต้นสรรเสริญอย่าหยุดนะจะบอกให้ พระเจ้าประทานพรครับ
pray
- 4:08 PM on Jan. 28, 2008
ตอบ
|
message
อาจารย์
นู๋จะขออนุญาตถามอะไรหน่อยนะค่ะ
คือว่า นู๋ทำงานในมูลนิธิโครงการเพื่อชีวิต แผนกจัดหาทุน
แล้วนู๋จะขออนุญาต ส่งคลิป VDO หาทุนเข้ามูลนิธิ
ในคลิก VDO ของเว็ป youth4nation
อย่างไม่มีค่ายใช่จ่าย ได้หรือเปล่าค่ะ
หรือบางครั้งอยากจะส่งลิ้ง ของวายแวมไปได้ไหมค่ะ
*****************************
เคารพรักในพระคริสต์
ตาแป๋ว